บทนำ
ทว่าเป็นปาริมาเองที่หวั่นใจในแววตาแฝงเร้นจนต้องเอ่ยถาม
‘งานอะไรคะ’
‘แสดงละคร ถ้าเธอตกลง... ’
เขาเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อ
‘ฉันจะรับผิดชอบจ่ายค่ารักษาของพ่อเธอ รวมถึงหนี้ของพี่ชายเธอด้วย คิดดูให้ดีๆ นะปาริมา โลกใบนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับคนอ่อนแอ ยิ่งอ่อนแอแล้วยังจน ยิ่งไม่มีแม้กระทั่งพื้นที่ให้หายใจ’
นั่นคือจุดเริ่มต้นของตำแหน่ง 'เมียน้อยรับจ้าง' ของเธอ...
บท 1
บทนำ
ดวงตะวันคล้อยต่ำในยามย่ำเย็นของวันที่ฝนตกหนัก อาคารห้างร้านต่างทยอยปิดตัวตามช่วงเวลาหยุดทำการ ทว่ายังมีสาวน้อยคนหนึ่งที่ต้องอยู่โยงเฝ้ายามเก็บกวาดข้าวของในห้องเก็บของตามหน้าที่ ด้วยถูกกลั่นแกล้ง และความรับผิดที่มากกว่าคนอื่น ทุกวันจึงต้องอยู่ทำงานของตนเองและส่วนที่คนอื่นทิ้งไว้ให้จนดึกดื่น วันนี้ก็เช่นกัน
ใบหน้าหวานละมุนกับดวงตาฉ่ำวาวอ่อนโยน จมูกรั้นเชิดเล็กน้อย รับกับคิ้วโค้งโกงงามและดวงหน้าเรียวรูปไข่พราวไปด้วยคราบเหงื่อไคลจากการกำงานหนักมาตลอดทั้งวัน สองเดือนแล้วที่หญิงสาวเข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านในสำนักงานใหญ่ของบริษัทรับเหมาก่อสร้างนามว่า KNK Construction บริษัทที่กำลังไต่ระดับความน่าเชื่อถือขึ้นไปเรื่อยๆ จากผู้บริหารที่หญิงสาวเคยได้ยินเพียงชื่อของเขาเท่านั้น ‘คเณศร์ ภูวอัศนัย’
“เฮ้อ เสร็จสักที” มือเรียวยกขึ้นปาดเช็ดเหงื่อไคลที่เกาะพราวเต็มดวงหน้า ก่อนจะถอนหายใจแล้วกวาดสายตามองข้าวของมากมายถูกจัดเก็บเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว ดวงหน้าหวานละมุนกระจ่างยามริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้า ขาทั้งสองข้างขยับเดินออกมาจากห้องเก็บของ ไม่ลืมล็อกประตูตามหน้าที่แล้วมุ่งตรงไปยังส่วนของล็อกเกอร์ซึ่งเป็นสถานที่เก็บข้าวของส่วนของพนักงาน
หญิงสาวหยิบสัมภาระของตนเองออกมาก่อนจะเร่งรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวพนักงานแล้วกลับออกมาพร้อมชุดฟอร์มของบริษัท เก็บพับเครื่องแบบในการทำงานที่มีเพียงชุดเดียวใส่กระเป๋า เหวี่ยงเป้ใบโปรดขึ้นหลังแล้วเดินออกมาเพื่อตรงไปยังหลังบริษัทแล้วรีบหารถกลับบ้าน
ปัง!
ในจังหวะที่ขาเรียวกำลังก้าวพ้นขอบประตูทางออกด้านหลัง เสียงดังปังก็ก้องไปทั่วทั้งดึก หลังจากนั้นก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังตามมาอีกระลอก ด้วยความตกใจระคนมึนงง สาวน้อยผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวจึงยังคงยืนค้างอยู่ที่เดิม มือที่กำลังแสกนลายนิ้วมือออกเลิกงานชะงักค้างเอาไว้กลางอากาศ
“เฮ้ย!” กระทั่งเสียงตะโกนของใครอีกคนดังขึ้น พร้อมร่างโชกเลือดที่กำลังกระเสือกกระสนเข้ามาใกล้
อัก!
“กรี๊ด” หญิงสาวไม่ทันสังเกตสิ่งใด เมื่อสายตามีเพียงภาพเลือดที่เปรอะเต็มร่างกายของคนมาใหม่ติดอยู่ที่ตา
“นี่เธอ!” เขากระชากเสียงร้องเรียก เมื่อเห็นผู้หญิงคนนึงยืนตาเหลือกมองเขาแล้วกรีดร้องเสียงแหลมจนคนร้ายที่กำลังไล่ตามมาอาจได้ยิน ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำผิวเข้มถลาเข้าไปใช้มือเปอะเลือดตะบปปิดปากที่กำลังเผยอเตรียมร้องเรียกคนให้แห่กันมายิงเขาอีกรอบ
“หุบปาก!”
“อื้อ”
เขาสั่งเสียงเข้มกับถลึงตาดุดันใส่ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงคนที่กำลังยืนโวยวายให้หลบเข้าไปทางบันไดหนีไฟ ใช้ลิฟต์ไม่ได้ เพราะถ้าเขาใช้ลิฟต์พวกมันต้องรู้แน่ว่าเขาขึ้นไปชั้นไหน
“บดซบเอ้ย” ชายหนุ่มสบถหัวเสียเมื่ออาการปวดร้าวที่ต้นแขนเริ่มมากขึ้น เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ดูเหมือนว่ากระสุนจะโดนเส้นเลือดใหญ่ เขาไม่มีเวลาพอจะทันได้ใช้สิ่งใดห้ามเลือดเพราะเวลามันจวนตัว ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนร้ายอาจหาญเข้ามาลอบยิงเขาถึงหน้าบริษัทของตนเอง
“โอ๊ย” ขาที่กำลังก้าวไปข้างหน้าหนักจนยกไม่ขึ้น ความเจ็บที่ต้นแขนเริ่มลามเลียไปทั่วตัว ยิ่งขยับมากเลือดยิ่งไหลออกมามาก แถมเขายังต้องลากผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาด้วย นี่ถ้าไม่เพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังยืนหน้าเครื่องแสกนลายนิ้วมือของบริษัทเขาคงปล่อยให้ยืนร้องโวยวายแล้วโดนไอ้พวกระยำนั่นยิงจนพรุนไปแล้ว แต่นี่เพราะยายนี่น่าจะเป็นคนของบริษัทเขา ถึงคนอย่าง ‘คราม คเณศร์’ จะโหดแต่เขาไม่ได้ใจร้ายจนปล่อยคนของตัวเองเผชิญชะตากรรมร้ายไปด้วย
“คะ คุณละ เลือดออก ดะ โดนยิง ฮึก ระ เหรอ” เสียงสั่นๆ กับหน้าซีดๆ ที่ดังมาจากคนที่เขากำลังใช้แขนข้างที่ไม่ถูกยิงลากมาด้วยทำให้คนถูกยิงที่กำลังลากสิ่งมีชีวิตรู้สึกตัว
ลืมไปเลยว่าลากคนมาด้วย!
“ใช่” เขาตอบแล้วเงียบเพื่อเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของคนมากกว่าสองที่กำลังใกล้เข้ามา
“เธอ อึก พาฉันไปที่ห้องทำงานของเธอ” เขาสั่งพรางหันซ้ายหันขวาเหมือนจะมองหาทางหนีทีไล่ กระทั่งเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาอีกพร้อมเสียงตะโกนร้องของพวกมัน คเณศร์ไม่มีเวลาไตร่ตรองสิ่งใดอีก เขาปล่อยมือจากผู้หญิงที่ตัวเองหนีบมาด้วยแล้วดึงปืนพกที่เหน็บเอาไว้ด้านหลังออกมา ดวงตาคมดุควัดมองคนที่เขาสั่งให้พาไปห้องทำงานของอีกฝ่ายเขม็ง
“เร็ว!”
‘ปาริมา’ ยืนนิ่งค้างตะลึงงันกับการเห็นปืนสีดำขลับกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก ก่อนจะมองเลยไปยังใบหน้าชิ้นเหงื่อของคนถืออีกครั้ง เห็นสายตาดุๆ กับใบหน้าซีดเซียวขึ้นเรื่อยๆ แล้วจึงเอ่ยถามตะกุกตะกัก
“คะ คุณมะ มีปืน”
“ใช่ ฉันมีปืน และถ้าเธอยังไม่อยากตายตรงนี้ก็พาฉันไปห้องทำงานของเธอ!”
เพราะเขาไปที่ห้องทำงานของตนเองไม่ได้ หนอนบ่อนไส้ที่เพิ่งพบตัวคงบอกชั้นและรหัสเข้าห้องนั้นไปแล้ว เขาจึงต้องหาที่ซ่อนที่อื่นถ่วงเวลาขณะที่รวิศกับธเนศกำลังตามมา
“เร็วเข้าสิวะ!”
หลังจากยืนค้างอยู่นาน สมองส่วนสั่งการจึงกลับเข้าที่ ความกลัวตายจู่โจมให้ร่างแบบบางเร่งทำตามคำสั่งของเขาทันที ปาริมาวิ่งนำหน้าของคนถือปืนหน้าซีดไปที่บันได มองเลขชั้นแล้วครุ่นคิดก่อนจะหันกลับมาหมายจะบอกเขาว่าอีกกี่ชั้นจะถึง ทว่ายังไม่ทันได้ขยับปากบอกเขา เสียงปืนก็ดังเข้ามาใกล้อีกหลายนัด
ปัง ปัง!
“เฮ้ย มันอยู่นั้น” ตามมาด้วยเสียงโวกเวกโวยวายของคนร้ายที่ฟังแล้วต้องมีมากกว่าสอง นั่นทำปาริมาต้องตัดสินใจประคองกึ่งลากคนโดนยิงที่ยกปืนขึ้นยิงสวนตอบไปหลายนัดเช่นกัน
ปัง!
“อีกชั้นเดียวค่ะ” บอกเขาเสียงสั่นขณะลากจูงคนบาดเจ็บตามมา เมื่อถึงชั้นเป้าหมายซึ่งเป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดของแม่บ้าน ปาริมาก็ล้วงหยิบกุญแจห้องเก็บของในกระเป๋ากางเกงยีนแล้วผลักร่างโชกเลือดของผู้ชายแปลกหน้าเข้าไปทันที
ตุบ!
ร่างแบบบางถลาตามเข้ามาก่อนจะปิดประตูลงกลอนแน่นหนา
คเณศร์ผละลุกนั่งมือเอื้อมไปกุมต้นแขนซ้ายที่ถูกยิงเพื่อกดบาดแผลให้เลือดไหลออกมาน้อยที่สุด วันนี้คงเป็นวันซวยของเขาที่คนร้ายมันรอคอยมานาน เพราะเขากลับเข้ามาในสำนักงานของบริษัทเพียงคนเดียว ด้วยรวิศต้องไปทำงานบางอย่างให้เขา ส่วนธเนศเขาสั่งให้ตามสืบเรื่องบางเรื่องอีกเช่นกัน
เขาประมาทหรือ ไม่เลย เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อล่อคนร้ายที่มันจ้องจะฆ่าเขาให้แสดงตัวออกมา และในที่สุดมันก็ออกมา ทว่าที่เขาพลาดก็คือทำให้ตัวเองถูกยิง และ… สายตาคมเข้มดุดันตวัดไปมองร่างแบบบางที่กำลังตัวสั่นงันงกหลบอยู่ในมุมแคบๆ ของชั้นเก็บของห่างออกไปไกลพอสมควร
ใช่! เขาพลาดที่ลากพาผู้หญิงคนนั้นมาด้วย และพลาดมากด้วยเมื่อปล่อยให้คนร้ายเห็นใบหน้าของเธอ!
ตึก ตึก ตึก
โครม!
ปัง ปัง ปัง!
“อ๊าก” เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นพร้อมเสียงปืนอีกหลายนัด ข้างนอกเหมือนเกิดสงครามกลางกรุงขึ้น เสียงฝีเท้า เสียงตะโกนโวยวาย และเสียงร้องลั่นเหมือนกำลังเจ็บปวดแทบขาดใจดังจนปาริมาต้องยกมือขึ้นปิดหูตัวเอง หลับตาปี๋ ท่องบทสวดพุทธคุณที่มารดาสอนสั่งมาตั้งแต่จำความได้แบบผิดๆ ถูกๆ ขอพรบนบาลศาลกล่าวเจ้าที่เจ้าทางจนฟังไม่ได้ศัพท์อยู่ในใจไปด้วย ความกลัวกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่มาพร้อมความเป็นความตายทำให้เธอสติแตก สมองหยุดสั่งงานไปแล้วตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรก ดีหน่อยที่ความรู้สึกบางส่วนยังทำงานหล่อนจึงยังมีแรงขยับขาลากคนแปลกหน้าเข้ามาหลบกระสุนในนี้ได้ทัน
ปัง!
เสียงปืนนัดสุดท้ายดังสนั่นไปทั้งตึกจนหญิงสาวที่กำลังหลบในมุมแคบๆ ข้างชั้นเก็บของสะดุ้ง แต่คนกลัวตายก็ยังหลับตาปี๋ มือปิดหู เม้มปากหลบซ่อนตัวเองอยู่ตรงนั้นไม่ยอมขยับไปไหน
คเณศร์ค่อยๆ พยุงกายขึ้นเดินซวนเซไปแนบหูกับประตูฟังเสียงด้านนอก คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยเมื่อทุกอย่างเงียบผิดปกติ มือที่กำลังถือปืนกำแน่น ร่างกำยำโชกเลือดถอยห่างจากประตูก่อนจะยกปืนเล็งไปที่บานประตูตรงหน้า
เมื่อครู่ตอนแนบหูฟังเสียงด้านนอก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้บานประตูจึงได้ถอนห่างออกมาแล้วยกปืนขึ้นเล็งเป้าหมายที่อาจโผล่พรวดเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ แค่ประตูบานเดียวขวางทางพวกคนระยำเอาไว้ได้ไม่นานหรอก!
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูสองครั้งแล้วเงียบไปทำให้ชายหนุ่มลดปืนลงเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดมองบานประตูตรงหน้าไม่วางตา ในใจกำลังคิดถึงลูกน้องคนสนิททั้งสองคนว่าอาจตามมาทันแล้ว ทว่าก็ยังคลางแคลงใจว่าข้อมูลเรื่องรหัสลับที่รู้กันเพียงไม่กี่คนอาจเล็ดลอดออกไปสู่คนร้ายเช่นอย่างอื่น คเณศร์ยังคงเล็งปืนไปที่ประตูอยู่ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ประตูมากขึ้นเพื่อฟังเสียงสิ่งมีชีวิตด้านนอกที่อาจเป็นคนของตนจริงๆ
“นายหัวครับ!”
ปืนในมือลดระดับลงจนแนบลำตัวเมื่อจดจำได้ดีว่าเสียงร้องเรียกร้อนรนที่ได้ยินเป็นของใคร ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ประตูเอื้อมมือออกไปหมายจะบิดลูกบิดเพื่อเปิดทางให้คนของตนเองเข้ามาได้ ทว่ายังไม่ทันสัมผัสกับลูกบิด มือเรียวของใครอีกคนที่เขาเกือบลืมไปแล้วว่าอยู่ที่นี่ก็คว้าหมับเอาไว้ก่อน
“คุณจะทำอะไร” คำถามสั่นๆ พร้อมใบหน้าซีดเผือดทำให้เขาชะงัก
“ถ้าพวกมันเป็นคนร้ายปลอมตัวมาล่ะ” ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานละมุนเปรอะเปื้อนเหงื่อไคลนิ่ง เขาเพิ่งสังเกตเดี๋ยวนี้เองว่าผู้หญิงที่ตัวเองลากสอยห้อยตามมาด้วยสวยมากทีเดียว แม้จะแต่งงานธรรมดาสวมเสื้อยืดกางเกงยีนแบกเป้ใบใหญ่สะพายหลัง ทว่าก็ไม่สามารถกลบความงดงามบนดวงหน้าอ่อนหวานได้เลย หนำซ้ำยังทำให้หญิงสาวดูโดดเด่นมากขึ้นเมื่อดวงตาคู่นั้นส่องสว่างยามเบิกตากว้างขึ้นอีก
“คุณได้ยินไหม!” คเณศร์สะดุ้ง สะบัดหัวไล่ความคิดผิดปกติทิ้งแล้วถอนหายใจแรง
“นั่นคนของฉันเอง” เขาบอกเสียงเรียบแล้วสะบัดมือเรียวออกก่อนจะเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตู ทว่ายังไม่ทันผลักบานประตูออกไป คนที่เดินมาห้ามก็ถลากลับเข้าไปหลบในมุมแคบๆ ซึ่งเป็นช่องว่างของชั้นเก็บขอบอีกรอบ
ชายหนุ่มมองตามก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วผลัดบานประตูออกไป
แอ๊ด
“นายหัว!”
ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลูกน้องที่กำลังยืนหน้าเซียวแล้วกวาดสายตามองรอบๆ เห็นร่างไร้วิญญาณของคนร้ายเกลื่อนกลาดนับคร่าวๆ ด้วยสายตาแล้วพบว่าหายไปหนึ่ง
“หายไปหนึ่ง”
“ตามแผนครับ” คนสนิทที่ยืนใกล้ที่สุดตอบ
“ดี” ริมฝีปากหยักโค้งกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะส่งปืนในมือให้ลูกน้อง
“นายหัวถูกยิง” คเณศร์ส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะหันกลับมาเพื่อพาใครอีกคนออกจากซอกแคบๆ ที่แทบจะไม่ออกซิเจนออกมาด้วย ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรทำเพียงลากแขนคนตัวบางตามออกมาพร้อมกันแล้วดันให้ไปยืนตรงหน้าของคนสนิทเท่านั้น
“ไปส่งเธอด้วย” คนถูกสั่งให้ไปส่งผู้หญิงตรงหน้าทำหน้าเหลอหลา กะพริบตามองเจ้านายด้วยความสงสัย ปากขยับเตรียมร้องถาม ทว่ายังไม่ทันได้ถามคนเป็นนายก็ตีหน้าดุจ้องตามเขียวเอาไว้เสียก่อน
“ไปสิวะ!” เสียงคำรามร้องสั่งทำให้คนถูกโยนให้คนอื่นไปส่งสะดุ้ง ปาริมาก้มหน้าจนคางชิดอกไม่กล้าเงยหน้ามองคนที่ยืนรายล้อมมากมายแม้แต่คนเดียว กลัวตนเองจะไปรู้เห็นเรื่องราวของคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อนเพิ่มอีก
“เชิญครับคุณผู้หญิง” แข้งขาอ่อนแรงค่อยๆ ขยับก้าวตามมือที่พายออกโดยไม่เงยหน้ามองเจ้าของมือเลยด้วยซ้ำ ครั้นพอจะขยับเดินออกมา คนที่คำรามเสียงดุก็คว้าต้นแขนเธอเอาไว้เสียอย่างนั้น
“ชื่ออะไร” เขาถามหน้าตึง ดวงตาดุดันเหมือนสอบเค้น
ปาริมาหน้าเสีย ใจแป๋วไปแล้วหลายรอบก่อนจะก้มหน้าตอบเสียงกระท่อนกระแท่นด้วยความหวาดกลัว
“ปะ ปะ เอ่อ ปาริมาค่ะ”
บทล่าสุด
#46 บทที่ 46 ซานจูเนียร์
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#45 บทที่ 45 เอส
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#44 บทที่ 44 ซาน
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#43 บทที่ 43 บทที่ 21 เส้นทางสุดท้าย 100% THE END
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#42 บทที่ 42 บทที่ 21 เส้นทางสุดท้าย 50%
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#41 บทที่ 41 บทที่ 20 ชนวนสงคราม 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#40 บทที่ 40 บทที่ 20 ชนวนสงคราม 50%
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#39 บทที่ 39 บทที่ 19 เลื่อนตำแหน่ง 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#38 บทที่ 38 บทที่ 19 เลื่อนตำแหน่ง 50%
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026#37 บทที่ 37 บทที่ 18 ลูบคมมาเฟีย 100%
อัปเดตล่าสุด: 2/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
รักไม่หลอก
รักระรินใจ
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
เมียเด็กของท่านประธานร้ายรัก
เธอเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานธรรมดา ส่วนเขาคือท่านประธานผู้สูงส่ง เย็นชา และอันตรายเกินกว่าที่หัวใจดวงเล็ก ๆ ของเธอจะรับมือไหว
น้ำขิงไม่เคยคิดเลยว่า การเข้ามาฝึกงานในบริษัทวัฒนากร กรุ๊ป จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลเพราะเพียงคืนเดียว...เธอกลายเป็นผู้หญิงของเขา
ภูริช วัฒนากร คือผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว
เขาร้าย เขาเย็นชา เขาไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่กับเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ เขากลับทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งร้ายกาจ และไม่ยอมปล่อยมือ
“เธอเป็นของฉัน น้ำขิง จำไว้ให้ดี”คำพูดของเขาเหมือนโซ่ตรวนผูกเธอไว้กับความรักที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ และหนีไม่พ้น
ทว่าเมื่อความลับและคำกล่าวหาร้ายแรงถาโถมเข้ามาผู้ชายที่เคยกอดเธอแน่น กลับเป็นคนเดียวกันที่ทำให้เธอเจ็บจนแทบขาดใจ เธอไม่ได้ต้องการเงินของเขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งเมีย ท่านประธาน เธอต้องการเพียงความเชื่อใจจากผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจแต่เมื่อเขาไม่ฟัง...เธอจึงเลือกจากไป
พร้อมหัวใจที่แตกสลาย และอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริง
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"













